เขียนยังไงให้ภาษาอังกฤษเป็น Academic writing

การเขียน Academic writing ใช้ในงานหลายประเภทมาก ทั้ง assignment ที่ได้เป็นประจำ ไปจนถึง thesis และ dissertation กันเลย นอกจากจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่กำลังจะเขียน ยังจะต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล และยังต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับการ proofreading เพื่อให้งานออกมาดี ภาษาสละสลวย และไม่มีข้อผิดพลาด และเพื่อให้เขียนงานออกมาได้ตอบโจทย์ ตรงตามเป้าหมายของ assignment ก็มีหลักสำหรับการเขียน Academic writing ที่น้องๆควรคำนึงถึงดังนี้ 1. Narration คือ Mood and Tone ของงานที่เรากำลังจะเขียน ส่วนใหญ่จะถูกกำหนดจากผู้อ่านเป็นหลัก ซึ่งในงานเขียนที่เรากำลังพูดถึงอยู่ คือ งานที่ส่งให้อาจารย์เป็นผู้ตรวจให้คะแนน ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าคนอ่านของเราต้องเป็นอาจารย์ เพราะฉะนั้น Tone ของการเขียนต้องค่อนกระชับและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ต้องพรรณนามากเกินไป แต่ให้เน้นไปที่การสื่อถึงประเด็นที่เราจะเขียนอย่างตรงไปตรงมา มีไอเดียสนับสนุนความเห็นนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงข้อมูลที่เป็น Fact หรือ Research ที่มีที่มาที่ไปชัดเจน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเด็นที่เราต้องการจะสื่อมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ   2. Vocabulary การใช้ศัพท์ที่เป็นทางการมีความสำคัญมากๆ กับงานเขียน…

ความแตกต่างระหว่าง Informal VS. Formal Language

Informal Language คือ ภาษาที่เรามักใช้ในการพูด หรือสื่อสารกันในที่ที่ไม่เป็นทางการ อย่างการคุยกันในกลุ่ม การโต้ตอบกันใน Social Network ต่างๆ ซึ่งคำนึงถึงการสื่อสารเป็นหลัก อาจจะสามารถใช้แกรมม่าผิด หรือคำศัพท์ได้บ้าง มีความลื่นไหลของภาษามากกว่า   Formal Language คือ ภาษาที่เรามักใช้ในงานเขียน หรืองานพูดที่เป็นทางการมากๆ เช่น การกล่าวสุนทรพจน์ ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระ และประเด็นที่ต้องการจะเขียนเป็นหลัก โดยจะต้องมีความถูกต้องของทั้งคำศัพท์และแกรมม่า และยังต้องมีความสละสลวยของการใช้ภาษา มีโครงสร้างประโยคที่ถูกต้องชัดเจน รวมไปถึงโครงสร้างของชิ้นงานที่ต้องมีการเกริ่นนำ เสนอประเด็นสำคัญ เขียนสนับสนุนประเด็นนั้นๆ ไปจนถึงการสรุปสิ่งที่อธิบายมาทั้งหมดอย่างชัดเจน   สำหรับนักเรียนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษแบบเราๆ อาจจะคิดว่าภาษาพูดกับภาษาเขียนในภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่คล้ายๆกัน แค่จำศัพท์ได้ ใช้ศัพท์ให้หลากหลาย ใช้แกรมม่าให้ถูกก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว Written and Spoken English มีความแตกต่างกันพอสมควร เหมือนกับเวลาที่เราพูดภาษาไทย กับการเขียนเรียงความภาษาไทยก็มีข้อแตกต่างกันอย่างมาก เช่น เวลาใช้ภาษาพูด ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เรามักจะใช้คำที่ไม่เป็นทางการในการสื่อสารได้ เราสามารถอธิบายศัพท์ที่เราคิดไม่ออก โดยใช้การอธิบายยกตัวอย่างไปเรื่อยๆ รวมถึงการสร้างประโยค และการใช้แกรมม่าที่อาจจะมีจุดผิดได้ ซึ่งเหล่านี้พอเป็นงานเขียนแล้ว จะไม่สามารถทำได้…

ทำไมต้องใช้ Proofreading

ในหลายๆมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ หรือการเรียนในระดับปริญญาที่ต่างประเทศ มักจะให้นักเรียนนักศึกษาส่งงาน Assignment เป็นภาษาอังกฤษ ยิ่งเทอมสุดท้ายก่อนเรียนจบ assessment ของหลายๆที่คือการทำ Thesis หรือ Dissertation ซึ่งทั้งหมดที่พูดมาเป็นงานเขียนเชิงวิชาการทั้งสิ้น แน่นอนอยู่แล้วว่าสำหรับนักเรียนไทยหลายๆคนสิ่งนี่อาจจะเป็นปัญหาไม่น้อย การทำงานหาข้อมูลอย่างยาวนาน เอามานั่งเรียบเรียงเขียนและแสดงความคิดเห็นโดยใช้ความรู้ที่เรียนมา ทั้งหมดใช้เวลาและความพยายามมากมาย แล้วยังต้องเขียนออกมาเป็นภาษาอังกฤษเชิงวิชาการอีก ย่อมเป็นเรื่องไม่ง่ายของนักเรียนทุกคนและทำให้ระหว่างทางอาจเกิดข้อผิดพลาดทางการใช้ภาษาได้ง่ายมากๆ นอกจากนี้งานที่ได้รับมักจะได้ระยะเวลาในการทำค่อนข้างนาน ทำให้อาจารย์ที่รอตรวจงานอยู่ คาดหวังว่างานเขียนเขียนเราจะต้องออกมาดีและถูกต้อง ทั้งทางข้อมูลและแกรมม่า มีความสละสลวยทางด้านภาษา เนื้อหาข้อมูลครบถ้วน ถูกเขียนมากอย่างดี ซึ่งการเขียนคนเดียว อ่านคนเดียว อาจจะทำให้เรามองข้ามข้อผิดพลาดนั้น นี่จึงทำให้หลายๆคนใช้บริการ Proofreading เพื่อหาอีกคนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการใช้ภาษาโดยเฉพาะ มาช่วยดูและตรวจสอบงานเขียนของเราอีกครั้ง Proofreading คืออะไร Proofreading คือ การอ่านและแก้งานเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ไม่ใช่เพียงแต่แก้การสะกดคำผิด ใส่สัญลักษณ์ หรือ แกรมม่าผิดเท่านั้น แต่ Proofreading จะช่วยตรวจสอบข้อมูลที่เรานำมากล่าวอ้างในงานเขียนว่าถูกต้องหรือไม่ ปรับรูปประโยคให้มีภาษาที่สละสลวย และเป็นภาษาที่ใช้ในงานเขียนเชิงวิชาการ รวมถึงโครงสร้างประโยค และโครงสร้างของงานเขียน ว่ามีการ support ไอเดียที่เรานำเสนอเพียงพอแล้วหรือยัง ความคิดเห็นที่เราเขียนมามีการให้ตัวอย่างเพียงพอต่อการสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้อ่านหรือไม่ รวมถึงการเขียนสรุป ได้สรุปอย่างครบถ้วนทุกประเด็นแล้วหรือเปล่า เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่…

อยากได้ IELTS มากกว่า 7.0 ต้องสร้างประโยคแบบ ADVERBIAL CLAUSE

Adverbial Clause คือ อีกแกรมม่าที่ใช้ในการแต่งประโยคแบบ Complex Sentence ซึ่งจะช่วยเพิ่มคะแนนพาร์ท Speaking และ Writing ให้ได้คะแนนดี เพราะถ้าน้องๆเริ่มพูดหรือเขียนโดยใช้ Complex Sentence น้องๆจะได้จัดให้อยู่ในเกณฑ์การให้คะแนนของ band 6.0 ขึ้นไปทันที ถึงแม้ว่าเราจะมีการใช้แกรมม่าผิดไปบ้าง แต่การสร้างรูปประโยคแบบ Complex sentence แสดงถึงความสามารถในการใช้ภาษาที่ซับซ้อนขึ้น Adverbial Clause มีหลายประเภท แตกต่างกันตามการใช้งาน ดังนี้ 1. Time Clause: ประโยคย่อยที่แสดงช่วงเวลา ที่ไม่ใช้ช่วงเวลาที่แน่นอน เช่น at 12 o’clock แต่เป็นการแสดงช่วงเวลาจากเหตุการณ์หรือการกระทำบางอย่าง ตัวอย่างคำ: before, after, as, since, until, till, when, while, whenever ตัวอย่างประโยค: As the climate gets hotter, sea…

เกรดไม่ถึง 3 เข้ามหาวิทยาลัย Rank ดีๆ อะไรได้บ้าง?

UNIVERSITY OF KENT มหาวิทยาลัยที่ได้รับรางวัล Gold ในด้าน Teaching Excellence Award และเป็นมหาวิทยาลัยที่เรียกได้ว่ามีการดูแลเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างสูง โดยสาขา Marketing ได้รับการจัดอันดับ Top 10 in UK โดยมีหลักสูตร Marketing และ Digital Marketing ซึ่งหลักสูตรเน้นการนำไปใช้งานโดยจะมีการสอน Google Analytics, Web Analytics และ Facebook Analytics เรียกได้ว่าจบปุ๊ป พร้อมทำงานทันที Law School ของ Kent นั้นเป็น Law Clinic หนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอังกฤษ และมีศิษย์เก่าเป็นผู้มีชื่อเสียง และอาจารย์ในมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยมากมาย มีทุน 2,500 ปอนด์ ให้แก่เด็กไทยอีกด้วย โดยหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจาก ก.ต.ได้แก่ International Commercial Law Criminal Justice Human Rights…

มารู้จัก Senate House Library ตึกเรียนกลางกรุงลอนดอน ของเด็ก Royal Holloway

Senate House Library คือห้องสมุดกลางของ University of London กลุ่มมหาวิทยาลัยชื่อดังในกรุงลอนดอน อย่าง UCL LSE King’s College SOAS และ Royal Holloway เป็นต้น ซึ่งทุกมหาลัยในกลุ่ม University of London จะใช้ Facilities ร่วมกันได้ โดย Senate House Library จัดเป็นห้องสมุดกลาง ขนาดใหญ่ และในตึกเอง ยังมีห้องเรียนของหลายๆหลักสูตร อย่างเช่น หลักสูตร MSc Digital Marketing ของ Royal Holloway ก็จะได้เรียนที่นี่ เรามารู้จัก Senate House Library กันให้ดีกว่านี้ดีกว่า Senate House เป็นอาคารใหญ่ ใจกลางกรุงลอนดอน ตั้งอยู่ละแวก Russell Square ในย่าน…

รีวิว IELTS แบบละเอียด

ใครจะไปเรียนอังกฤษ สิ่งแรกที่ทุกคนจะคิดถึงก็คือ การสอน IELTS โดยที่ความเป็นจริงแล้ว น้องๆสามารถสมัครเรียนได้ก่อนที่จะมีคะแนน IELTS ในเกือบทุกมหาวิทยาลัยของประเทศอังกฤษ แต่ยังไงก็ตาม น้อง ๆ ก็จะต้องยื่นคะแนน IELTS ตามไปอยู่ดีเพื่อให้ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยที่น้องๆจะไปเรียน เรามาดูกันดีกว่าว่า IELTS เป็นยังไงกันบ้าง IELTS คือการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ โดยวัดจากทักษะการใช้ภาษาทั้ง 4 คือ ฟัง(Listening) พูด(Speaking) อ่าน(Reading) และเขียน(Writing) ภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยมี 2 แบบคือ IELTS แบบธรรมดา กับ IELTS for UKVI(Visa and Immigration) ตัวข้อสอบทั้ง 2 แบบนั้นเหมือนกันเลย แต่ในใบผลคะแนนสอบจะมีระบุว่า UKVI ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ สำหรับน้อง ๆ ที่จะไปเรียนต่อประเทศอังกฤษ เพราะต้องสอบแบบ UKVI เท่านั้น เนื่องจากมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่จะ require IELTS UKVI จะได้สอบไม่เสียเที่ยวนะจ๊ะ…

3 เหตุผลที่ทำไมต้องไปเรียนต่อที่อังกฤษ

ประเทศอังกฤษ ถือเป็นประเทศ 1 ในต้นแบบการศึกษาของไทย เป็นบ้านของภาษาสากลที่ใช้กันทั่วโลก และยังมีการส่งเชื้อพระวงศ์ รวมถึงลูกหลานของบุคคลที่มีชื่อเสียงไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 นี่คงเป็นเหตุผลว่า ทำไมประเทศอังกฤษถึงเป็นตัวเลือกแรกๆของเด็กไทยทุกยุคทุกสมัย เมื่อคิดถึงการไปเรียนต่อต่างประเทศ เรามาวิเคราะห์กันให้ชัดไปเลยดีกว่าว่า อะไรที่ทำให้อังกฤษ เป็นเป้าหมายการเรียนต่อต่างประเทศมากกว่าประเทศอื่นๆ ชื่อเสียงมหาวิทยาลัย ที่อังกฤษมีมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง University of Oxford ที่ก่อตั้งมาเกือบพันปีแล้ว และยังคงความเป็นมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก ที่ไม่ว่าการจัดอันดับของสำนักไหนก็มันจะติดอยู่ในอันดับ 1 ใน 10 เสมอๆ นอกจาก University of Oxford แล้ว ยังมีอีกหลายๆมหาวิทยาลัยในอังกฤษที่ติดอันดับ Top 100 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกด้วย จากการจัดอันดับ The World’s Top 100 Universities ปี 2020 โดย QS World Ranking มีมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษถึง 18 แห่ง ที่ติดอันดับโลก ซึ่งนอกจาก Oxford Cambridge ที่ติดอันดับ…

4 เหตุผลดีๆ ที่ใครๆก็ไปเรียนที่ University of Hertfordshire

วันนี้พี่แมงโก้จะพาไปรู้จักกับ University of Hertfordshire อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยน่าเรียน ที่มีข้อดีที่เด่นหลายข้อมากๆ พี่แมงโก้ขอหยิบ 4 เหตุผลดีๆ ที่ใครๆก็อยากไปเรียนต่อที่ University of Hertfordshire มาให้น้องได้ทำความรู้จักมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้น Location เพราะ University of Hertfordshire ตั้งอยู่ที่เมือง Hatfield เมืองทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน ที่อยู่ห่างจากใจกลางกรุงลอนดอนโดยการนั่งรถไฟแค่ประมาณครึ่งชั่วโมงจากสถานี King’s Cross Station ซึ่งเมืองนี้ เป็นเมืองเล็กๆตรงกลาง ระหว่าง Cambridge กับ London แปลว่าน้องๆจะได้อยู่ใกล้กับเมืองที่เป็น Destination หลักของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แถมในตัวเมือง ยังมีห้างใหญ่ถึง 2 แห่ง และ 1 ใน 2 นี้ยังเป็น Outlet แหล่งรวมสินค้าแบรนด์ราคาถูก อย่าง M&S, Nike, GAP ให้น้องๆได้ไปช็อปปิ้งกันอีกด้วย Another Location ด้วยความที่เมือง Hatfield…

เตรียมตัวอย่างไรให้ได้ไปเรียนอังกฤษปี 2022

พร้อมรึยังกับการไปเรียนต่ออังกฤษปี 2022 กับ Checklist ง่ายๆจากพี่แมงโก้ ใครอยากไปเรียนต่ออังกฤษปีหน้า หรือปี 2022 แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน วันนี้พี่แมงโก้ทำ Checklist มาให้น้องๆแล้ว เพื่อทำให้การเตรียมตัวไปเรียนต่ออังกฤษของน้องๆเป็นเรื่องง่าย มาดูกันเลยว่า มีอะไรต้องเตรียมบ้าง Checklist เอกสารที่ใช้ในการสมัครเรียน Passport หน้าแรก Certificate หรือใบจบปริญญาเป็นภาษาอังกฤษ Transcript หรือใบเกรด เป็นภาษาอังกฤษ Reference Letter จากอาจารย์ หรือ หัวหน้างาน 2 ท่าน CV หรือ Resume ฉบับภาษาอังกฤษ SOP หรือ Statement of Purpose ซึ่งก็คือ จดหมายแนะนำตัว ที่จะสร้างความประทับใจให้ Admission Team และทำให้เค้าเลือกเราเป็นนักศึกษาของมหาลัยนั้นๆ (เป็นตัวแปรสำคัญในการรับเข้าเรียนนะจ๊ะ) เอกสารเริ่มแรกสามารถเตรียมแค่นี้ก็สมัครเรียนได้แล้วค่า มาถึงตรงนี้น้องๆหลายคนคงมีคำถามว่า “แล้ว IELTS ล่ะ?” พี่แมงโก้บอกได้เลยว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในอังกฤษจะอนุญาตให้เรายื่นคะแนน IELTS ตามไปที่หลังได้…