รวม 6 เมืองในอังกฤษที่ค่าครองชีพเป็นมิตรสำหรับนักศึกษา!

เรียนต่ออังกฤษแบบประหยัด ไปอยู่เมืองไหนดีน้าา? วันนี้พี่แมงโก้รวบรวม 6 เมืองในอังกฤษที่ค่าครองชีพถูกสุดๆ สำหรับน้องๆ นักศึกษา แถมมหาลัยในเมืองต่างๆ ที่เป็นมหาลัย Top ranked อีกด้วยนะ! เมืองที่ค่าครองชีพแสนถูกมีอะไรบ้าง? มาดูเลยดีกว่า~! 1. Nottingham – ที่ตั้งของมหาลัย University of Nottingham เป็นเมืองที่มีสีสัน แถมยังเป็น The best night life city ในอังกฤษอีกด้วยน้าา บอกเลยว่าขาปาร์ตี้ต้องรักเมืองนี้ 2. Durham – Durham University เป็นอีกหนึ่งมหาลัยที่หลายๆ คนหมายปอง บอกเลยว่า Durham เป็นเมืองที่น่ารักมากๆ ขนาดไม่ใหญ่มากและเงียบสงบ แถมค่าครองชีพในเมืองยังไม่แพงมากอีด้วย 3. Newcastle – ที่ตั้งของมหาลัยโด่งดังอย่าง Newcastle University เป็นเมืองที่ไม่เล็กไม่ใหญ่แต่มีทุกอย่างพร้อม น้องๆ ไม่ต้องกลัวเหงาเลยเพราะในเมืองมีที่ให้เที่ยวอย่างแน่นอน และไม่แพงเท่าในลอนดอนอีกด้วยนะ 4. Exeter –…

รีวิว เรียนต่อ LL.M. ที่ University of Bristol

พี่แมงโก้เชื่อว่าน้องๆ หลายคนที่กำลังแพลนจะไปเรียนต่อป. โทเกี่ยวกับ Law ที่ประเทศอังกฤษต้องเคยได้ยิน University of Bristol อย่างแน่นอน! University of Bristol มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของหลักสูตรกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นมหาลัยที่อยู่ใน Russell Group universities อีกด้วยน้าาา เรื่อง Ranking ไม่ต้องห่วงเลย! มารู้จัก University of Bristol กันอีกหน่อยดีกว่าค่ะน้องๆ University of Bristol ถือว่าเป็นมหาลัยที่เข้ายากอันดับ 8 ของประเทศอังกฤษเลย! นับว่าเป็นมหาลัยที่เข้ายากที่อยู่ในลิตส์เดียวกับ Oxford, Cambridge และ University of Edinburgh เลยค่ะน้องๆ มหาลัยอันดับ 49 ของโลก! นอกจากจะเป็นมหาลัยที่เข้ายากอันดับ 8 ประจำประเทศอังกฤษแล้ว University of Bristol ยังได้รับอันดับ 49 ใน QS World University…

5 มหาลัยน่าเรียนปริญญาตรีในลอนดอน ที่เปิดสอนหลักสูตร Foundation

ใครๆก็อยากไปใช้ชีวิตที่ London กันทั้งนั้น เพราะเป็น 1 ในเมืองหลวงหลักของโลก เป็นแหล่งรวมความเจริญ ศิลปวัฒนธรรม ทั้งแบบ Traditional อังกริ๊ด อังกฤษ เจ้าของประเทศ และจากผู้คนทั่วทุกมุมโลกที่มาอาศัย ทำงาน ท่องเที่ยว หรือเรียนหนังสือที่มหานครลอนดอนแห่งนี้ จึงทำให้ปีๆหนึ่ง มีนักเรียนจากทั่วโลกสมัครเข้าไปเรียนต่อในมหาลัยที่ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน น้องๆคนไหนที่กำลังตัดสินใจจะไปเรียนต่อป.ตรีที่ประเทศอังกฤษ มองหาหลักสูตร Foundation เพื่อที่จะไปต่อ Bachelor’s Degree ของมหาลัยในลอนดอน มาดูกันเลยว่า 5 มหาลัยในลอนดอนที่เปิดสอนหลักสูตร Foundation มีที่ไหนน่าเรียนบ้าง City, University of London มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอน แถบ Islington มี Cass Business School ที่เป็นโรงเรียนธุรกิจที่โด่งดังในระดับโลก และยังมี Foundation Pathway ให้ได้ไปต่อป.ตรีอีกถึง 6 สาขา คือ Actuarial Science, Business and Economics…

รีวิวเมือง Bristol | ที่ตั้งมหาลัย U of Bristol และ UWE

พี่แมงโก้พามาดูเมือง Bristol เมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในประเทศอังกฤษ และยังเป็นที่ตั้งของ University of Bristol และ UWE สองมหาลัยชื่อดังที่ได้รับความนิยมทั้งจากชาวอังกฤษและนักเรียนต่างชาติ ไปดูกันดีกว่าว่า 1 วันใน Bristol จะเป็นยังไง Bristol Temple Meads Station มาเริ่มกันที่สถานีรถไฟประจำเมืองบริสตอลกันก่อน ถ้าเรานั่งรถไฟจากใจกลางกรุงลอนดอน ที่สถานี Paddington ก็จะใช้เวลาแต่ 1 ชั่วโมง 20 นาที ก็จะถึงสถานี Bristol Temple Meads ที่อยู่กลางเมืองแล้ว ระหว่างทางก็จะผ่านเมืองท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง Bath และใช้เวลานั่งรถไฟจาก Bath มา Bristol แค่ 15 นาทีเท่านั้น! Clifton Suspension Bridge สะพานแขวนขนาดใหญ่ที่ทอดข้ามผ่านแม่น้ำ Avon เป็นตัวเชื่อมระหว่างเมือง Bristol กับ North Somerset เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในปี 1864 เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่ใครมาเมืองนี้ก็ต้องไม่พลาดที่จะมาถ่ายรูปเช็คอินกัน…

เรียน Data Science with Business ที่ มหาวิทยาลัย Exeter เป็นยังไงบ้าง?

หนึ่งในสาขาที่กำลังมาแรงแห่งปี และกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดงานยุคนี้นั่นก็คือ Data Science นั่นเอง ที่สำคัญ มหาวิทยาลัย Exeter เป็นที่เดียวที่เปิดสอนหลักสูตร Data Science with Business ซึ่งมีความโดดเด่นเป็นอย่างมากเพราะ Data Scientist ที่ดีจะต้องหา insight ที่ตอบโจทย์ของธุรกิจ ดังนั้นความเข้าใจธุรกิจจริงเป็นสิ่งสำคัญและทำให้หลักสูตรนี้แตกต่างจากทุกๆที่ วันนี้พี่ ๆ แมงโก้พามาคุยกับน้องมิวกันว่าเค้าสอนอะไรกันบ้างและหลักสูตรที่ Exeter นั้นเป็นอย่างไร หลักสูตร Data Science with Business ที่ มหาวิทยาลัย Exeter เป็นยังไงบ้าง? มิว: Program ที่มิวเรียนก็คือ Data Science with Business เนอะ ก็คือ ตัววิชาบังคับเราก็จะเรียนเป็นวิชา เกี่ยวกับพวก Data Science นั่นแหละ แต่ทีนี้ วิชาเลือกเราจะสามารถ ลงวิชาของ Business School บางตัวได้ อย่างที่มิวลงก็จะมี…

5 Business school ในอังกฤษ ที่เปิด Jan Intake

เรียนต่อป.โทอังกฤษเดือนมกราคมก็ได้นะ “5 Business school ในอังกฤษ ที่เปิด Jan Intake” อยากไปเรียนต่ออังกฤษ แต่รอถึงกันยาปีหน้าไม่ไหว ไม่ต้องเครียดไปค่ะ ยังมีมหาวิทยาลัยในอังกฤษอีกหลายแห่งที่เปิดเรียนรอบเดือนมกราคม รอน้อง ๆ อยู่!! ขั้นตอนการสมัครเรียนและเอกสารที่ต้องใช้ก็เหมือนกันกับรอบกันยายนเลย มหาวิทยาลัยจะพิจารณารับเข้าเรียนแบบ First Come First Serve ใครสมัครก่อนก็ได้รับการพิจารณาก่อน มีเปิด Pre-Sessional English ด้วย ซึ่งคอร์ส PSE นี้พี่แมงโก้แนะนำให้ไปเรียนเพื่อปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษของเราให้พร้อมสำหรับการเรียนระดับป.โท และยังได้ไปพบเจอเพื่อนใหม่ก่อนเข้าเรียนจริงด้วยนะคะ สำหรับมหาวิทยาลัยที่เปิดรอบ Jan Intake พี่แมงโก้แนะนำตามนี้เลยค่าา Regent’s University London หลักสูตรที่เปิดสอนในรอบเดือน มกราคม Management Luxury Brand Management International Business Oil & Gas Trade Management International Fashion Marketing Finance with…

GED คืออะไร? ใช้คะแนน GED สมัครเรียนต่อตรีที่อังกฤษได้มั้ย?

เดี๋ยวนี้อะไรๆก็เร็วไปหมด จนทำให้น้องๆหลายๆคนเลย ที่อยากรีบเรียน รีบจบ เพื่อออกมาใช้ชีวิตทำงานให้ประสบความสำเร็จเร็วๆ แต่ระบบสอบเทียบของไทยก็ถูกยกเลิกไปตั้งนานแล้ว ทีนี้จะทำยังไงดีล่ะ?!?!? พี่แมงโก้มีหนทางแห่งการได้มาซึ่งวุฒิ ม.6 นั่นก็คือข้อสอบที่มีชื่อว่า “GED” เพื่อให้น้องๆสามารถนำวุฒินี้ ไปใช้สมัครปริญญาตรีที่ไทย หรือจะไปเรียนต่อที่อังกฤษ ก็ใช้คะแนนนี้ได้เลย GED ย่อมาจาก General Educational Development ซึ่งเป็นข้อสอบที่เมื่อสอบผ่านแล้ว จะทำให้น้องๆได้รับวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับม.ปลาย ทันที ข้อสอบนี้เป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก ทั้งมหาวิทยาลัยในไทยก็ยอมรับวุฒิ GED เพื่อให้น้องๆได้ใช้สมัครกันอย่างแพร่หลาย แต่เหนือกว่านั้นคือ น้องๆสามารถใช้คะแนน GED เข้า Pathway เพื่อเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้อีกด้วย   ข้อสอบ GED แบ่งออกเป็น 4 วิชา คือ Reasoning Through Language Arts (RLA) ข้อสอบทดสอบความคิดเป็นเหตุเป็นผล ผ่านวิชาภาษาอังกฤษ ข้อสอบแบ่งเป็น 3 sections คือ เขียน Essay 1…

เขียนยังไงให้ภาษาอังกฤษเป็น Academic writing

การเขียน Academic writing ใช้ในงานหลายประเภทมาก ทั้ง assignment ที่ได้เป็นประจำ ไปจนถึง thesis และ dissertation กันเลย นอกจากจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่กำลังจะเขียน ยังจะต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล และยังต้องเผื่อเวลาไว้สำหรับการ proofreading เพื่อให้งานออกมาดี ภาษาสละสลวย และไม่มีข้อผิดพลาด และเพื่อให้เขียนงานออกมาได้ตอบโจทย์ ตรงตามเป้าหมายของ assignment ก็มีหลักสำหรับการเขียน Academic writing ที่น้องๆควรคำนึงถึงดังนี้ 1. Narration คือ Mood and Tone ของงานที่เรากำลังจะเขียน ส่วนใหญ่จะถูกกำหนดจากผู้อ่านเป็นหลัก ซึ่งในงานเขียนที่เรากำลังพูดถึงอยู่ คือ งานที่ส่งให้อาจารย์เป็นผู้ตรวจให้คะแนน ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าคนอ่านของเราต้องเป็นอาจารย์ เพราะฉะนั้น Tone ของการเขียนต้องค่อนกระชับและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ต้องพรรณนามากเกินไป แต่ให้เน้นไปที่การสื่อถึงประเด็นที่เราจะเขียนอย่างตรงไปตรงมา มีไอเดียสนับสนุนความเห็นนั้น ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวถึงข้อมูลที่เป็น Fact หรือ Research ที่มีที่มาที่ไปชัดเจน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเด็นที่เราต้องการจะสื่อมีความน่าเชื่อถือเพียงพอ   2. Vocabulary การใช้ศัพท์ที่เป็นทางการมีความสำคัญมากๆ กับงานเขียน…

ความแตกต่างระหว่าง Informal VS. Formal Language

Informal Language คือ ภาษาที่เรามักใช้ในการพูด หรือสื่อสารกันในที่ที่ไม่เป็นทางการ อย่างการคุยกันในกลุ่ม การโต้ตอบกันใน Social Network ต่างๆ ซึ่งคำนึงถึงการสื่อสารเป็นหลัก อาจจะสามารถใช้แกรมม่าผิด หรือคำศัพท์ได้บ้าง มีความลื่นไหลของภาษามากกว่า   Formal Language คือ ภาษาที่เรามักใช้ในงานเขียน หรืองานพูดที่เป็นทางการมากๆ เช่น การกล่าวสุนทรพจน์ ให้ความสำคัญกับเนื้อหาสาระ และประเด็นที่ต้องการจะเขียนเป็นหลัก โดยจะต้องมีความถูกต้องของทั้งคำศัพท์และแกรมม่า และยังต้องมีความสละสลวยของการใช้ภาษา มีโครงสร้างประโยคที่ถูกต้องชัดเจน รวมไปถึงโครงสร้างของชิ้นงานที่ต้องมีการเกริ่นนำ เสนอประเด็นสำคัญ เขียนสนับสนุนประเด็นนั้นๆ ไปจนถึงการสรุปสิ่งที่อธิบายมาทั้งหมดอย่างชัดเจน   สำหรับนักเรียนไทยที่เรียนภาษาอังกฤษแบบเราๆ อาจจะคิดว่าภาษาพูดกับภาษาเขียนในภาษาอังกฤษเป็นอะไรที่คล้ายๆกัน แค่จำศัพท์ได้ ใช้ศัพท์ให้หลากหลาย ใช้แกรมม่าให้ถูกก็เพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้ว Written and Spoken English มีความแตกต่างกันพอสมควร เหมือนกับเวลาที่เราพูดภาษาไทย กับการเขียนเรียงความภาษาไทยก็มีข้อแตกต่างกันอย่างมาก เช่น เวลาใช้ภาษาพูด ทั้งในภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เรามักจะใช้คำที่ไม่เป็นทางการในการสื่อสารได้ เราสามารถอธิบายศัพท์ที่เราคิดไม่ออก โดยใช้การอธิบายยกตัวอย่างไปเรื่อยๆ รวมถึงการสร้างประโยค และการใช้แกรมม่าที่อาจจะมีจุดผิดได้ ซึ่งเหล่านี้พอเป็นงานเขียนแล้ว จะไม่สามารถทำได้…

ทำไมต้องใช้ Proofreading

ในหลายๆมหาวิทยาลัยที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ หรือการเรียนในระดับปริญญาที่ต่างประเทศ มักจะให้นักเรียนนักศึกษาส่งงาน Assignment เป็นภาษาอังกฤษ ยิ่งเทอมสุดท้ายก่อนเรียนจบ assessment ของหลายๆที่คือการทำ Thesis หรือ Dissertation ซึ่งทั้งหมดที่พูดมาเป็นงานเขียนเชิงวิชาการทั้งสิ้น แน่นอนอยู่แล้วว่าสำหรับนักเรียนไทยหลายๆคนสิ่งนี่อาจจะเป็นปัญหาไม่น้อย การทำงานหาข้อมูลอย่างยาวนาน เอามานั่งเรียบเรียงเขียนและแสดงความคิดเห็นโดยใช้ความรู้ที่เรียนมา ทั้งหมดใช้เวลาและความพยายามมากมาย แล้วยังต้องเขียนออกมาเป็นภาษาอังกฤษเชิงวิชาการอีก ย่อมเป็นเรื่องไม่ง่ายของนักเรียนทุกคนและทำให้ระหว่างทางอาจเกิดข้อผิดพลาดทางการใช้ภาษาได้ง่ายมากๆ นอกจากนี้งานที่ได้รับมักจะได้ระยะเวลาในการทำค่อนข้างนาน ทำให้อาจารย์ที่รอตรวจงานอยู่ คาดหวังว่างานเขียนเขียนเราจะต้องออกมาดีและถูกต้อง ทั้งทางข้อมูลและแกรมม่า มีความสละสลวยทางด้านภาษา เนื้อหาข้อมูลครบถ้วน ถูกเขียนมากอย่างดี ซึ่งการเขียนคนเดียว อ่านคนเดียว อาจจะทำให้เรามองข้ามข้อผิดพลาดนั้น นี่จึงทำให้หลายๆคนใช้บริการ Proofreading เพื่อหาอีกคนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการใช้ภาษาโดยเฉพาะ มาช่วยดูและตรวจสอบงานเขียนของเราอีกครั้ง Proofreading คืออะไร Proofreading คือ การอ่านและแก้งานเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ไม่ใช่เพียงแต่แก้การสะกดคำผิด ใส่สัญลักษณ์ หรือ แกรมม่าผิดเท่านั้น แต่ Proofreading จะช่วยตรวจสอบข้อมูลที่เรานำมากล่าวอ้างในงานเขียนว่าถูกต้องหรือไม่ ปรับรูปประโยคให้มีภาษาที่สละสลวย และเป็นภาษาที่ใช้ในงานเขียนเชิงวิชาการ รวมถึงโครงสร้างประโยค และโครงสร้างของงานเขียน ว่ามีการ support ไอเดียที่เรานำเสนอเพียงพอแล้วหรือยัง ความคิดเห็นที่เราเขียนมามีการให้ตัวอย่างเพียงพอต่อการสร้างความน่าเชื่อถือแก่ผู้อ่านหรือไม่ รวมถึงการเขียนสรุป ได้สรุปอย่างครบถ้วนทุกประเด็นแล้วหรือเปล่า เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่…